Skip to playerSkip to main content
รังสีคอสมิก (Cosmic Ray) พลังงานรังสีสุดเข้มข้นจากนอกระบบสุริยะ ทะลุทะลวงผ่านห้วงอวกาศ มาจากไหนกันแน่ เกี่ยวข้องกับโลกของเรายังไง แล้วส่งผลกระทบกับเราแบบไหนบ้าง มาหาคำตอบพร้อมกันใน เดอะวิทย์ด้อม กับ เฌอปราง อารีย์กุล #BTbeartai #เดอะวิทย์ด้อม #เฌอปราง #เฌอปรางอารีย์กุล #วิทยาศาสตร์ 00:00 บทนำ 00:47 รู้จักกับรังสีคอสมิก 01:50 ประวัติศาสตร์การค้นพบรังสีคอสมิก 04:41 รังสีคอสมิก VS ลมสุริยะ 06:04 องค์ประกอบของรังสีคอสมิก 09:17 รังสีคอสมิกส่งผลอย่างไรต่อโลก 13:29 ฟิสิกส์รังสีคอสมิกในประเทศไทย 16:18 บทท้าย

Category

🤖
Tech
Transcript
00:00Inno West X แอปลงทุนทั่วโลกที่มั่นใจได้จากกลุ่ม SCBX
00:04ทุกครั้งที่เราเงยหน้ามองดวงดาวนะครับ
00:07เราอาจจะได้สัมภาษณ์กับแสงสว่างเสรยงานในอย่ามคำคือ
00:10แต่ทุกคนรู้หรือไม่ค่ะว่า
00:11ทุกวินาทีบนโลก อนุภาคขนากเล็ก
00:14ดวงดาวและกาลักซี่อันไกลโฟนเนี่ย
00:16กำลังพูดผ่านตัวเราโดยที่เราไม่รู้ตัว
00:20ปิดสนานักเดินหางจากโรงเดียวอันห่างใกล้กำลังจะถูกใครในตอนนี้ค่ะ
00:24ที่เราจะมาพูดคุยกันนะคะก็คือสิ่งที่เรียกว่า Cosmic Race
00:28มันคืออะไรมาจากไหนและส่งผลต่อชีวิตของพวกเราบนโลกอย่างไรบ้าง
00:32มาติดตามกันในเดี๋ยววิต้อมตอนนี้กันค่ะ
00:46Cosmic Race หรือว่ารังสี Cosmic เป็นชื่อเรียกของลำอนุภาคพลังงานสูงที่เดินทางด้วยความเร็วใกล้เคียงกับความเร็วแสงในห่วงอาวกาศ
00:58เป็นระยะทางหลายปีแสง
01:01อนุภาคเหล่านี้พบได้ทั่วไปในอาวกาศและบางส่วนก็ได้เดินทางมาถึงโลกของเราก่อนที่จะชนเข้ากับอังวริกุลของชั้นบรรยากาศ
01:09และแตกตัวเป็นอันุภาคย้อยอื่นอื่น พ giaวุ่มผ่านร่างกายของเราไปในทุกวัน elitia เลยเล้ะค่ะ ตอนนี้ด้วย
01:16ในตอนที่แล้วนะคะ ชัวได้พาทุกคนเดินทางเข้าสู่โลกของภิศ Celebration ало ค่ะ comprehงปằngการอะที่เครื่องๆ เหล่งอันุภาค
01:21ซึ่งเป็นเครื่องมือที่นักภิศษก์
01:23ใช้ในการศึกษาสิ่งที่เล็กกว่าฏอตอม
01:26เพื่อประกอบร่างสร้างโมเดลความเข้าใจของจักวารณ์นี้กันไปแล้วนะคะ
01:30และก็มีช่วงที่เราพูดถึงการค้นพบของรังสีจากห่วงอาวกาศหรือ Cosmic Race
01:35ที่นำไปสู่การค้นพบของอนุภาคใหม่ๆ มากมาย
01:38แต่ตอนนั้นเชอก็ยังไม่ได้เล่าว่าแล้วมนุษยชาติของเรา
01:42เริ่มรู้จักกับ Cosmic Race ได้อย่างไร
01:45ตอนนี้มาย้อนประวัติศาสตร์การค้นพบผู้เดินทางจากดวงดาวเตอร์จิวเรานี้กันค่ะ
01:51ย้อนกลับไปในช่วงปี 1900 ในตอนนั้นมนุษยชาติของเรา
01:55ก็ได้รู้จักกับพฤติกรรมที่เรียกว่า การแผ่รังสีหรือ Radiation กันแล้วค่ะ
02:01เรารู้ว่าทาดบางชนิจจะสามารถปลดปล่อยพลังงานออกมาในรูปแบบของอนุภาคอย่าง
02:05อันุภาคอาฟา เบตา และแก่มมา ซึ่งทาดเหล่านี้เราเรียกกันว่าทาดกำมันตรังสี
02:12ซึ่งพบได้ทั่วไปในธรรมชาตินะคะ อย่างเช่น ชาติยูเรนียม
02:16ซึ่งคนแรกนะคะที่คนพบว่าทาดบางชนิจสามารถแผ่รังสีได้ก็คือ
02:21Ongri Black Brain นั่นเองค่ะ
02:23นอกจากการแผลรังสีจะสามารถทิ้งร่องรอยบนวัตถุในชีวิตประจำวันอย่างเช่น
02:28ฟิลมถ่ายภาพได้แล้ว เราก็สามารถใช้อุปกรณ์ที่ชื่อว่า Erectroscope
02:32ในการวัดปริมาณของรังสีที่แผลออกมาได้ด้วยค่ะ
02:35Erectroscope เป็นเครื่องมืออย่างง่ายเลยนะคะ
02:38โดยอา
02:39อาชสไหลักไฟฟ้าสถิตร์ kaikki ทำให้แผ่นทองคำสองแผ่นไม่เป็นกลาง STEP
02:43และพลักกัน
02:45หากมีการแผลรงสีออกมาจากวัดถูกใก้เคียง
02:47รังสีเหลวนี้จะทำให้อากาศโดยรอบแปกตัวออกมาเป็น Oh
02:52และคือนสภาพเป็นกลางให้กับแผ่นทองคำ
02:55ยิ่งปริมาณการแผลรงสีมากแค่ไหน
02:57แผ่นทองคำก็จะมีสหานะกลับมาเป็นกลางมากขึ้นเร็วเท่านั้นนั่นเองค่ะ
03:02การทดลองง่ายๆนี้เองก็เป็นพื้นฐานของเครื่องวัดการแผ่รางสีที่เราใช้กันในปัจจุบัน
03:08อย่างเช่น Giger Muller Counter ที่เรามักจะเห็นกันในภาพพยนต์
03:13เวลาตัวละครเข้าไปในบริเวณที่มีการแผ่รางสี เช่นโรงไฟฟ้านอยู่เคี้ยค่ะ
03:18ในปี 1912 นักฟิศิกชาวออสเตรีย์วิกเตอร์เฮสได้ทำการทดลองนำเอาเครื่อง Erectroscope บินขึ้นไปบนบรลูน
03:27พร้อมกับตัวเขาเอง และได้ทดลองตรวจวัดปริมาณรางสี น่ะระดับความสุ่งต่างๆเนือพื้นโลก
03:34สมมุติธานก็คือ ถ้าการแผ่รางสี เกิดขึ้นจากท่าต่างๆบนพื้นโลก
03:39ยิ่งขึ้นไปสูงเท่าไหร่ ปริมาณรางสีที่ตรวจวัดได้ก็ควรจะน้อยลงเท่านั้น
03:45แต่ก็ผิดคาด because of the gen xo
03:50เมื่อยยิ่งรอย สูงครึ้นไปแค่ไหน ปริมาณของรางสีที่ตรวจวัดได้ เพราะเพิ่มขึ้นอย่างมีในอยะสำคัญ
03:56หมายความว่านอกจากทานต่างๆ บนพื้นโลกแล้วยังมีแหล่งกำเนิดรังสีที่เดินทางมาจากห้องฟ้าด้วย
04:03สิ่งนี้ยิ่งนำไปสู่คำถามว่า
04:05อะไรที่เป็นต้นกำเนิดของรังสีเหล่านี้กันแน่
04:08ej หรือจะเป็นที่ดวงอาถิตค่ะ
04:12เพชิدةทำการทดลองアีกครั้งนะคะ
04:14รอบนี้เขาบลินขึ้นไปในช่วงที่เกิดสุรยุป."ปะลาคา
04:17ที่ดวงจันมาบดบังแสงจากดวงอาทิตย์ที่เดินทางมายังโลก
04:21ถ้าเกิดรังสีปีสนาเหล่านี้มาจากดวงอาทิตย์จริง
04:24ปริมาณรังสีที่วัดได้ก็จะต้องน้อยลง
04:28แต่ก็ผิดคาดอีกแล้ว
04:29เมื่อการบดบังดวงอาทิตย์ของดวงจันนั้น
04:31ก็ไม่ได้ทำให้ปริมาณรังสีที่เขาวัดได้
04:34ลดน้อยลงแต่อย่างใดเลยค่ะ
04:36ทำให้สลุปได้ว่ารางสีเหล่านี้มีที่มาจาก Авากาษนั่นเอง
04:42จริง ๆ แล้ว ดวงอาทิตย์ของเรานั้น
04:44นอกจากจะปดป่อยแสงจึงก็นับเป็นรางสีเหมือนกัน
04:48ก็มีการปดปละอนุภาคต่างๆ ออกมาเช่นกัน
04:51โดยส่วนมากก็จะเป็นอนุภาคมีประจุอย่างProน และElectron
04:55เมื่อมันเกิดแสง Aurora เมื่อมันวิ่งมาตามแนวสนาแม่เหล็กของโลก
05:00และชนเข้ากับมลกุลของชั้นบรรยากาศ
05:02เราเรียกอนุภาคเหล่านี้ว่า SolarWinds หรือ รมสุรยะ
05:07แต่อนุภาคที่เดินทางมาจากดวงอาทิตย์นั้น
05:09พลังงานต่ำกว่าอนุภาคที่มาจาก Cosmic Grace มาก ๆ เลยค่ะ
05:13เพราะการสร้างลำอนุภาคที่มีพลังงานสูงได้นั้น
05:16จำเป็นต้องอาศัยปรากฏการทางดาราศที่รุนแรงมาก ๆ จริง ๆ
05:20ลำพังแค่ดวงทิตย์หรือดาวเลิกที่อยู่เฉย ๆ นั้น
05:23ไม่มีพลังงานมากพอค่ะ
05:25ปรากฏการที่พูดถึงนี้นะคะ
05:26ก็อย่างเช่นการระเบิดของรวงดาวที่เราเรียกกันว่า Supernova
05:30การที่หลุ่มดำชีกวัดถุตต่าง ๆ ออกด้วยความเร็วสูง
05:34หรือวัดถุตที่เรียกว่า Pulsar ที่เกิดจาก Down Neutron
05:38ที่สร้างลำอนุภาคพวยพุ่งออกมาจากตัวมัน
05:41วัดถุตเหล่านี้พบได้ทั่วไปในเอกกับครบของเรา
05:44ในทุกทิตทางบนท้องฟ้าค่ะ
05:46Cosmic Grace นะคะ
05:48เดินทางด้วยความเร็วเกือบจะเท่ากับความเร็วแสง
05:50และหากไม่มีอะไรมาหยุดหรือบทบังมันไว้
05:53ลำอนุภาคเหล่านี้ก็จะเดินทางเป็นระยะหลายพันล้านปีแสงได้สบาย ๆ
05:59นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมโลกของเรา
06:01จึงเจอกับรังสีเหล่านี้จากห้วงออกาสอยู่ตลอดเวลาค่ะ
06:05แล้วอนุภาคที่เดินทางมากับ Cosmic Grace นั้นมีอะไรบ้าง
06:09Cosmic Grace นะคะ
06:10อันนั้นโดยส่วนมากแล้วจะประกอบไปด้วยอนุภาคโปรตอนมากกว่า 90%
06:15ที่เหลือก็อาจจะเป็นมริกุลของทาดอย่างเช่น
06:18HERIUM หรือ MAC ระทั่งอาตอมของ LOHA
06:21และยิ่งมริกุลของมันใหญ่เท่าไร
06:23พรังงานที่มันนำมาด้วยก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้นค่ะ
06:27แผมยังพุ่งมาหาเราด้วยความเร็วแสงอีก
06:29นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำใหมัน Cosmic Grace นะคะ
06:32จึงมีพลังงานที่สูงมาก ๆ
06:34บนโลกของเราค่ะ
06:35ชั้นบรรยากาศทำหน้าที่เป็นเก่าป้องกัน
06:37ทำให้เมื่อ Cosmic Grace นะคะ
06:39พุ่งชนบรรยากาศและมันจะแตกตัวออกกลายเป็นอนุภาคย่อย ๆ
06:43ที่มีพลังงานต่ำลง
06:44ยกตัวอย่างการเดินทางของโปรตอน
06:47เมื่อมันชนกับบรรยากาศโลก มันจะแตกตัวออกมาเป็นอนุภาคอย่าง Pion หรือ Mewon
06:53ซึ่งการแตกตัวในรักษณะนี้ที่ช่วยให้นักมิทยาศาสตร์ได้รู้จักกับอนุภาคใหม่ๆ
06:59เราเรียกปรากฏการนี้ว่า Air Shower ค่ะ
07:02ด้วยเหตุนี้เองทำให้นักมิทยาศาสตร์ได้เริ่มต้นติดตั้งห้อสังเกิตการตรวจจับอนุภาคจาก Cosmic Race หน้าจุดต่างๆ ทั่วโลก
07:10รวมถึงปุ่นอวกาศ เพื่อตรวจวัดพลังงานและศึกษาที่มาของ Cosmic Race แล้วนี้
07:16ตัวอย่างเช่น Alpha Magnetic Spectrometer หรือว่า AMS
07:21ซึ่งเป็นเครื่องวัดรังสีที่ถูกนำไปติดตั้งอยู่บนสถานีอวกาศนานชาติค่ะ
07:26ล่าสุดนะครับ ประเทศจีนก็ได้มีการสร้างหอสำหรับตรวจจับอนุภาคจากประกฏการ Air Shower ที่ชื่อว่า LASSO
07:33ซึ่งตั้งอยู่บนความสูงมากกว่า 4,000 เมตร
07:36กินพื้นที่กว่า 1.5 ตารางกิโรเมตร
07:39ซึ่งประเทศไทยของเราก็ได้มีความร่วมมือกับโทรงการนี้ด้วยค่ะ
07:43Nowadays, the experiment has become larger and larger
07:46For example, the LASSO experiment that we are working on
07:49is a multi-hundred million US dollars project
07:54that leads the people to support it from all the countries
07:59So for example, like this experiment, now we have at least six countries enjoyed
08:04joined this collaboration and more than 300 people in the collaboration
08:09Thailand has a very strong experience in this, as you mentioned, space weather associated
08:16the cosmically research, particularly they have this neutron violet detectors
08:22set up on the mountain, the highest mountain in Thailand
08:26and this, you know, because the latitude, the location of Thailand is such close to the equator
08:33so they actually measure the highest energy of the particles coming from the sun
08:38so this is very very important to actually in the sense
08:42to do the space weather and also the researchers associate the cosmic rays
08:47แล้วถ้าถามว่าพลังงานจาก Cosmic Ray นั้นสูงแค่ไหน
08:51ในปี 1991 ค่ะ
08:53ที่ขอสังเกิดการ 5-Eye ในรัศ Utah สหรัศอเมริกา
08:57เคยมีการตรวจวัดอนุภาคจาก Cosmic Ray ที่มีพลังงาน
09:01สูงถึง 51 Junes
09:03หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพนะคะ
09:05ก็จะเหมือนลูกปิงป้องที่วิ่งด้วยความเร็ว 700 กิโรเมตร
09:09ต่อชั่วโมง
09:09ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์ต้องร้องว่า
09:12OMG เราจึงเรียกอนุภาคนี้ว่าอนุภาค
09:16OMG ค่ะ
09:18ทีนี้ก็มาถึงคำถานที่หลายคนน่าจะสงสายแล้วนะคะ
09:21ว่า แล้ว Cosmic Ray มันส่งผลต่อเราบนโลกมากน้อยแค่ไหน
09:25ในปี 2003 ค่ะ
09:27ในการเลือกตั้งที่กรุงบรัสเซล ประเทศเบลเยลเยี่ยม
09:30นักครุงหารเลือกตั้งด้วยระบบคอมพิวเตอร์
09:33ได้มีผู้สมัครรายนึงนะคะ
09:35ได้รับคะแนนเสียงโว 않ไปทั้งซิ้น 4610 เมื่อแหนน
09:39ซึ่งนำมาคิดย้อยกลับดูแล้ว
09:41ไม่มีทางfire จะเพล่มไปได้แหน่ๆ
09:42เพราะตัวเลขนี้เกินกว่าจำรวนบัดเลือกตั้ง
09:45ไภลังมีการพบบ้าระบบคอมพิวเตอร์
09:56514 เซ่านั้น
09:58แต่ก็เกิดทําถามมากมายนะคะว่า
10:00ทำไมระบบคอมพิเตอร์เลือกตั้งที่ควร
10:02จะเชื่อถือได้นั้นเกิดนับ
10:04คะแนนถิดผ้าไปได้ขนาดนั้นได้ยังไง
10:06จนสุดท้ายมีการตั้งทิสดีว่า
10:08คอมพิเตอร์เครื่องนี้ได้เจอกับ
10:10เหตุการณ์ที่ชื่อว่า
10:12Single Event Upsets
10:14Single Event Upsets
10:16ของปรากฏการที่เกิดขึ้นเมื่อเลขฐาน 2 หรือ Binary
10:20ซึ่งถูกใช้ในระบบคอมพิเตอร์เนี่ย
10:22ถูกทำให้ค่าของมันผิดไปจาก 0 เป็น 1 หรือจาก 1 เป็น 0
10:27ซึ่งเกิดจากวงจรขนาดเล็กลื้นหน่วยความจำ
10:30ถูกพุ่งชนโดยอนุภาคที่มีประจุ
10:33ทำให้การอ่านค่าข้อมูลในภาพรวมนั้นผิดเพียนไปด้วย
10:37เราเรียกประกฏราณนี้อีกชื่อหนึ่งว่า BIDFRIP นั่นเองค่ะ
10:41อย่างในกรณีการเรื่องตั้งในกรุงบรัสเซลนั้น
10:45หากนำตัวเลขมาแปลงฐาน 10 เป็นฐาน 2 กลับคืน
10:49เราจะพบว่าเพียงเราแก้ค่า 0 เป็น 1 เพียงแค่จุดเดียว
10:53ก็จะทำให้ตัวเลขจาก 514 กลายเป็น 4,610 ได้ทันทีค่ะ
11:00ทำให้ในกรณีนั้น Cosmic Grace ก็ได้ตกเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับ 1 ว่าเป็นตัวนำไปสู่เหตุการ Single Event Upset
11:08เหตุการณ์ในรักษณะเดียวกันนี้ก็ยังเกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง
11:12แต่ไม่ต้องกำลังไปค่ะ
11:13เนื่องจากคอมพิเตอร์ที่เราใช้กันส่วนมาก
11:16จะมีระบบที่ตรวจสอบการทำงานของตัวเอง
11:19และแก้ไขข้อมูลชุดที่ผิดผ้าส หรือ Error Correction ได้อยู่แล้ว
11:24แหมโอกาสที่เราจะถูกเล่นงานโดย Single Event Upset
11:27บนพื้นโลงก็น้อยมากๆ เพื่อเทียบกับบนอาวากาคค่ะ
11:31และใช่ค่ะ
11:32นี่ก็เลยเป็นปัญหาหลักของระบบคอมพิวเตอร์ในอาวากาค
11:36ที่จะต้องพระเชินกับ Cosmic Grace เข้าเต็มๆ
11:39ซึ่งวิโซก่อนก็แก้ปัญหา ด้วยการทำสิ่งที่เรียกว่า Parallel Computing
11:44ซึ่งเป็นการใช้คอมพิวเตอร์ถึง 3 ตัวทำงานชุดเดียวกันไปพร้อมๆกัน
11:49หากข้อมูลของตัวใดตัวหนึ่งออกมาไม่เหมือนกับอีก 2 ตัวที่เหลือนะคะ
11:53ระบบก็จะปรับให้ถูกต้องโดยอัตโนมัติ
11:56ซึ่งวิธีการแบบนี้ยังช่วยให้เราสามารถเก็บบันทึกได้ด้วยว่า
12:00เหตุการ Single Event Upset นะคะ
12:02นั้นจะเกิดขึ้นบ่อยแค่ไหนในอวากาศ
12:05เพื่อปรับปรุงคอมพิวเตอร์ให้รับมือกับเหตุการ์เรานี้ได้ในอนาคตค่ะ
12:09แต่รู้หรือไม่ค่ะว่านอกจากคอมพิวเตอร์แล้วนะคะ
12:11Cosmic Grace อาจจะยังส่งผลต่อชีวิตของพวกเราโดยตรง
12:26ก็คำหลักหลายให้กับสิ่งมีชีวิตนอกจากการผิดภาทในการอ่านและเขียน DNA ที่เกิดขึ้นในสิ่งมีชีวิตอยู่แล้วค่ะ
12:33บางทีนักบินอวากาศนะคะเขาก็บอกว่าพวกเขาสังเกตเห็นแสงวาบในดวงตานะคะแม้กำลังหลับตาอยู่
12:40สิ่งนี้ก็มีที่มามาจาก Cosmic Grace ในอวากาศที่พุ่งชนเขากับประสาทรับภาพในดวงตาของเราด้วยค่ะ
12:46ความพยายามในการเรียนดูและทำความเข้าใจรังสีต่าง ๆ ในอวากาศนั้นนะคะ
12:51ก็นำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีมากมายที่ในตอนแรกนะคะถูกนำมาใช้ในทางวิทยาศาสตร์
12:56แต่สุดท้ายก็เกิดเป็นสิ่งประดิตที่ทำให้ชีวิตประจำวันของเราสะดกสบายมากขึ้นด้วยค่ะ
13:01หนึ่งในสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นผลผลิตสำคัญของความพยายามในการตรวจวัดอนุภาค
13:07ก็คือสิ่งที่เรียกว่า Semiconductor Detector
13:10พูดแบบนี้หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าคืออะไร
13:13แต่ถ้าบอกว่ามันคือเซ็นเซอร์ของกล้องถ่ายภาพดิจิตัล
13:18หลายคนก็น่าจะอ่อขึ้นมาแล้วใช่ไหมคะ
13:21หรือแม้กระทั่งเครื่อง X-ray รุ่นใหม่หรือการทำ MRI
13:25ก็ล้วนแต่เกิดจากความพยายามของนักฟิสิก์ในการตรวจวัดรังสีในธรรมชาติทั้งสิ้นค่ะ
13:30ทุกคนรู้หรือไม่ค่ะว่าประเทศไทยของเรานะคะ
13:33ก็มีการศึกษา Cosmic Ray กันอย่างจริงจังด้วย
13:36ประเทศไทยของเราเป็นหนึ่งในจุดที่มีสนาแม่แลกแข็งแรงที่สุดในโลก
13:41ทำให้อนุภาคโรมซุริยะหรือโซระวินไม่ค่อยมาประหะที่ประเทศเรา
13:46อนุภาคที่วิ่งมาที่ประเทศไทยจะต้องมีพลังงาสูงมากๆ
13:50ทำให้เราเป็นหนึ่งในสถานที่ที่เหมาะสม
13:52ในการที่จะศึกษา Cosmic Race มาก ๆ นั่นเองค่ะ
13:55โดยเครื่องตรวจจับ Cosmic Race ของไทยเรานะคะ
13:58ก็ตั้งอยู่บนยอดดอยอินทนอน จุดที่สูงที่สุดของประเทศเรานั่นเองค่ะ
14:03การทนลองนี้นะคะ นำโดย Dr. David Lufollow
14:06จากมหาวิทยายราย Mahidon และทีมวิจัย
14:09ที่นอกจากการติดตั้งเครื่องตรวจวัดบนดอยอินทนอนแล้ว
14:12ยังมีการส่งชุดอุปกรณ์ในรักษณะเดียวกัน
14:14ไปยังภวิฟแอนตักธิกาด้วยค่ะ
14:16และที่เป็นข่าวดีล่าสุดของประเทศไทยเราเลยก็คือนะคะ
14:20เครื่องวัด Cosmic Race ของคนไทยกำลังจะถูกส่งไปยังดวงจันด้วยค่ะ
14:25จริจริงก็ประมาณ 30 ปีที่พยายามชัดจุงรัฐบาลไทย
14:29ให้ลงทวนในการพัฒนาเทคโนยอาวกาศของไทยด้วยค่ะ
14:34คือไม่ใช่ว่าไม่ไหร่ที่ต้องการก็ต้องซื้อจากตามประเทศเป็นระดับพันพันล้านบาท
14:40เราก็ควรจะทำเองบ้าง
14:42ก็ตอนนี้มีการลงทวนรัฐบาลเห็นความสำคัญที่จะลงทวนสร้างของเราเองด้วย
14:47แล้วก็ออกแบบด้วยค่ะ
14:49ก็ที่จะขึ้นบนยานชัง E7 ของจีน
14:52ก็เป็นคร diffuse รังสิเคสมีที่จะโคอย้ลอบดูงจัด
14:56และเราออกแบบในไทยทั้งหมด
14:58แต่นี้มีอีกยาสนๆ ที่จะลงไปที่พื้นดวงจัด
15:01ขั้งเออ 8 เราก็�ル toch es uh uh
15:02Relations 라고 โดยงนั้น เราก็ออกแบบแบบ 이렇게
15:05เราต้องเอาตัวรอดด้วยความสร้างสัญ
15:09คิดถ้าเราคิดเหมือนคนอื่น
15:11เขาจะทำเร็วกว่าเราได้แน่นอน
15:14เขามี ظรพยneathกรดิบทธิ ittหรอก
15:22พอมีชื่อเสียงทานานผลกระทบของดวงอาทิตย์ต่ออนุภาพพลังงานสูงในอาวกาศ
15:28เขาก็เลยชวนให้มีส่วนร่วมในโครงการด้วย
15:31เรียกได้บาทเป็นความนาภูมิใจมากๆ ที่ผลงานของนักวิจัยไทย
15:35จะได้มีบทบาทสำคัญอย่างมาก
15:37ซึ่งตัวบริกรณ์แม็ชนี้จะได้รับการติดตั้งไปกับยานอาวกาศช้าง EUR7
15:42ที่กำลังจะเดินทางไปดวงจันในปีหน้านี้แล้วค่ะ
15:45โดยโครงการนี้นะคะ อยู่ภายใต้ความร่วมมือการสำรวจอาวกาศ
15:48ระหว่างประเทศไทยกับจีน
15:50ภายใต้โครงการ ILRS
15:52หรือ International Lunar Resource Station
15:55ที่จะช่วยให้นักวิจัยไทยได้ทำงานวิทยาศาสตรระดับโลก
15:58เพราะนักวิจัยไทยของเรานั้นมีสีมือและมาสมองไม่แพ้ใครเลยค่ะ
16:02สุดท้ายเชอก็อยากจะสรุปให้ฟังนะคะว่า
16:05แก่นของวิดีอาศาสตร์คือการตั้งคำถามไปเรื่อย ๆ
16:08ซึ่งเราจะตั้งคำถามได้เราก็ต้องหัดชั่งสังเกตธรรมชาติ
16:12เพราะบางทีสิ่งเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นก็อาจนำไปสู่การคนพบที่ยิ่งใหญ่
16:16เหมือนการที่เราได้คนพบคอสติกเรียนั่นเองค่ะ
16:19ให้ระดับความวิจของ EP นี้
16:22อืม อยู่สัก 3 บิเกอร์แล้วกันค่ะ
16:25นี่แต่ความเข้าใจไม่มีตัวเลขอะไรเท่าไหร่เลย
16:28เออ สบาย สบายนะคะ
16:29อย่าลืมติดตาม The Width ดอม ดอม ของคนชอบ Width
16:32ว่าคลิปต่อไปเชื่อจะหยิบเรื่องอะไรมาเล่า
16:34ฝากกด Like กด Share บีทีกันด้วยนะคะ
16:52มุรคลิปต่อไปเจ้าใจ
Comments

Recommended