00:00สวัสดีครับ ได้เวลาของจับจ้องมองจีนครับ
00:16รายการที่จะพาท่านผู้ชมทุกท่านไปเจอลึกทุกความเคลื่อนไหว
00:20ที่เกิดขึ้นในประเทศจีนในทุกปิติกับผมกิจถิดิตทนาดิศวัล
00:24ท่านผู้ชมครับ จากสงครามการค้าปี 2025 ที่ผ่านมา
00:29การแข่งขันกันระหวังมหาอำนาจได้ถูกยกระดับขึ้น
00:33เป็นศึกชิงเจ้าแห่งเทคโนโลยีนะครับ
00:36โดยมีตั้งแต่เรื่องของชิป AI Semiconductor
00:40ไปจนถึงแร่ท่าทหายากเป็นสมอรถภูมิสำคัญ
00:44แล้วมาปีใหม่นี้ 2026
00:46การแข่งขันกันของมหาอำนาจจะยิ่งดุเดือดเข้มค้นขึ้นขึ้นขนาดไหน
00:51แล้วจีนมีอะไรที่เป็นจุดเด่นทำให้ถือไพ้เนื้อกว่า
00:55ไปวิเคราะห์เจาะลึกกันกับด็อกเตอร์อามตั้งเนี่ยรันดอนครับ
00:59สวัสดีครับอาจารย์อามครับ
01:14ครับ สวัสดีครับ
01:15อาจารย์อามครับวันนี้อยากจะมาคุยกันเรื่องของการแข่งขัน
01:19ด้านเทคโนโลยีระหว่างจีนกับสหรัฐอเมريกานะครับ
01:23ทีนี้uoาม aprende
01:29เริ่มมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่เราเห็นชัด ๆ
01:31สมัย TRUMP หรือเปล่า หรือว่าตั้งแต่เมื่อไหร่กันแน่ครับ
01:34ก็คงสมัย TRUMP แต่เป็นรัฐบาล TRUMP หนึ่ง
01:38เพราะว่าถ้าเกิดยังจำได้ ตอนนั้นก็เริ่มมีกระแสการขึ้นมาของ Huawei
01:44จริง ๆ ถ้าเราดูมันมียุคหนึ่งที่โทรศัพท์ Huawei ใกล้จะแสง iPhone แล้วนะครับ
01:51ก่อนที่มันจะเกิด Tech War ก็คือ TRUMP ก็บอกว่าจะต้องแมนหัวเวยหรือเปล่า
01:58หัวเวยกลายเป็นว่าใช้ Android ไม่ได้ มีปัญหาในการเข้าถึง Shift
02:04อันนั้นก็คือเป็นที่มาว่าจุดเริ่มต้นมันก็คือการขึ้นมาอย่างรวดเร็วของจีนในเรื่องของเทคโนโลยี
02:12แล้วเราต้องเข้าใจว่าเทคโนโลยีมันเป็นพื้นฐานของเรื่องเศษฐกิจ เป็นพื้นฐานของเรื่องความมั่นข่ง
02:20หลายคนก็เลยเปรียบเทียบว่าจริง ๆ แล้วสิ่งที่แข่งขันกันระหว่างสรัฐกับจีนในปัจจุบัน
02:27จริง ๆ ไม่ใช่เรื่องสงครามการค้า แล้วสงครามร้อนมันก็ยากที่จะไปถึง
02:32แต่ว่าที่เป็นจุดสมรภูมิสำคัญจริง ๆ คือ Tech War
02:36ก็คือส่งครามเทคโนโลยีนี่แหละครับ
02:38ไม่ใช่แค่ทรัมพ์ใช่ไหมครับ
02:40เพราะอเมริกาเขามีการปลี่ยนผู้นำในช่วงที่ผ่านมา
02:42จากทรัมพ์ 1 มาสู่ 4 ปีของโจว์บายเด็น
02:46แล้วปัจจุบันมาเป็นทรัมพ์ 2
02:48ช่วงบายเด็นรัฐบาลของสหรักที่มาจากภาคเดโมโครต
02:52จริง ๆ ก็ถือว่ามีการแข่งขัน หรือว่ากฎด지가หรือไปอยากจีน
02:57ไม่น้อยกว่าทรัมพ์เลยใช่ไหมครับ
02:58เป็นประundenที่ดีมากนะครับ
03:00คือผมคิดว่าทรัมพ์นี่ค่อย ๆ ทำให้อเมริกาตื่น
03:04แล้วก็ตื่นตระนกว่ามันมีใภย์คุกพrakим
03:08มันมีเรื่องความเสี่ยงทางภูมิรัฐษาสตร์จากจีน
03:11แต่ว่าถูกต้องครับ
03:13เพราะว่าสมัยรัฐบาล Biden หลายคนนึกว่ามันจะเป็นการกลับไปเหมือนายุคโอบามา
03:19แต่จริง ๆ แล้วรัฐบาล Biden เป็นภาคต่อของโดนอดทรัมพ์
03:23ไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้านะครับ
03:25ถ้าสังเกตให้ดีสมัยรัฐบาล Biden ไม่ได้ยกเลิกกำแพงภาษี
03:30ได้ ๆ ต่อสินค้าจีนเลยนะครับ
03:32แล้วก็ที่เรากำลังคุยกันเรื่องสงครามเทคโนโลยี
03:35เรื่อง Tech War สมัยรัฐบาล Biden กดดันจีน
03:39หนักกว่าสมัยรัฐบาล Trump อีก
03:41หนักกว่านี่แบบไหนบ้างครับ อาจารย์
03:44ก็จริง ๆ แล้วจุดเปลี่ยนสามคัญในสมัยรัฐบาล Biden
03:47Huang มันคือสงครามเรื่อง Chip
03:50ก็คือเรื่องของการกดดันจีนอย่างมาก
03:54ในเรื่อง Chip มันเริ่มชัดเจนในสมัยรัฐบาล Biden
03:58คือสมัย Trump ยังเป็นเรื่องจัดการกับหัวเวย
04:02เรื่องอัลusiแบบนี้
04:03แต่พอ Biden มันมีเรื่องว่า
04:05ไม่ต้องการให้อุตสาحกรรม Chipusive ในใครขว่านี้
04:14เริ่มทำชิปได้แล้วนะครับ
04:15แต่เราต้องเข้าใจตัว supply chain ของอุตสาหกรรม Semiconductor
04:19ว่ามันอย่างต้องพึ่งพาตัวเครื่องจัก จากต่างประเทศ จากฝั่งตะวันตก
04:25ในการทำ Semiconductor มันมีเครื่องหนึ่ง เรียกว่าเครื่อง Lithography
04:29ต้องพึ่งบริษัท ASML
04:31ซึ่งอเมริกาก็ไปกดดันที่จุดเหล่านี้ครับ
04:34ว่าไม่ส่งให้จีน ไม่ให้จีนใช้ ไม่ค้าขายกับจีน
04:39แต่ว่าจุดประสงค์หลักมันชัดเจนมาก
04:41คือมองว่าอย่าง Semiconductor Ship เป็นหัวใจ ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
04:46แล้วก็ไม่ต้องการให้จีน ทำได้ขึ้นมาได้เร่วกว่านี้นะครับ
04:50ครับ เกือบจะ 10 ปีได้แล้วนะครับ
04:52เกือบหนึ่งทดสวัสตร์กับ Tech War ที่เราพูดถึง
04:56สะครบหรือว่าคอบเขต มันกว้างขึ้นขนาดไหน
04:59ตั้งแต่ Day 1 ที่อาจารย์พูดถึงเรื่องของโฮเวย
05:02มาถึงปัจจุบัน อะไรบ้างที่เราเรียกกันว่าการแข่งขันทางเทคโนโลยีตอนนี้ครับ
05:07จริง ๆ อีกคำหนึ่งที่เวลาพูดถึง Tech War คนจะนึกถึงนะครับ
05:12ก็คือ Made in China 2025
05:14ครับ
05:15ซึ่งเป็นรุธศาสตร์ที่จีนออกมาเมื่อปี 2018
05:20ตั้งเป้าหมายอุตสาหกรรมในอนาคต
05:22ซึ่งตอนนั้นมีประมาณ 10 อุตสาหกรรม
05:25เพราะฉะนั้นแปลว่าจริง ๆ แล้วเรื่อง Tech War นี่มันหลากหลาย
05:29แล้วก็ครอบคลุมหลายอุตสาหกรรม
05:31ปรอมยกตัวอย่าง เช่น อุตสาหกรรม BioTech
05:34อุตสาหกรรมเรื่องพลังงานสะอาด
05:36Solar Cell Battery
05:38รถย wine EV
05:39อุตสาหกรรมบัสดุใหม่
05:41อุตสาหกรรมอวกัศ
05:43แต่ว่าอุตสาหกรรมเหล่านี่
05:45ยังอวกัศ มันไม่ใช่แค่เรื่องอวกัศนะครับ
05:48หลายคนบอกอวกัศมันนำมาสู่
05:50การคิดค้นเรื่องเซมไม todas fashionable รับ
05:52การคิดค้นเรื่อง Internet
05:53มันนำไปสู่เรื่องอื่น ๆ
05:55หลายคนมากจะมองว่า Tech War หωνใจ
05:58มันอยู่ที่เรื่องของชิพ Early
06:00Semiconductor เรื่องอุตสาหกรรม AI ปัญญาประดิทย์
06:04ตอนนี้คนสนใจเรื่องนี้มาก แต่จริง ๆ แล้วมันแข่งกันหลายเกม
06:08ตอนนี้แม่กระทั่งเรื่องใหม่ๆ อย่าง Quantum นะครับ อย่าง Fusion
06:13เรื่องพวกนี้ก็เป็นสมอารภูมิสำคัญของการแข่งกันระหว่าง 2 ประเทศ
06:17แสดงว่ามีทั้งสมอารภูมิใหญ่ที่เราเห็นภาพกว้าง
06:21หรือถ้าเราจะเจอไปในสมอารภูมิย่อยก็ได้เหมือนกัน
06:24อย่างช่วงที่ผ่านมาพูดถึงแร่ท่าถายาก หรือว่า Rare Earth เป็นเยอะ
06:29อันนี้นับเป็นส่วนหนึ่งของการแข่ง ๆ ด้วยมั้ยครับ
06:32ก็ถ้าเรามองตัว Surprise Chain เทคโนโลยี
06:35เมื่อกี้ผมบอกว่า A.G.N. จะทำชิป
06:39Semiconductor จีนต้องใช้เครื่องจากสารัฐ
06:42จีนต้องใช้เครื่อง Lithography จากบริษัท ASML ของ Netherland
06:46จีนต้องใช้ Software Design Ship ของฝั่งอเมริกา
06:49จีนต้องใช้ชิ้นส่วนจากญี่ปุ่น
06:51แต่ว่าจีนถามกลับว่า อเมริกาก็ต้องใช้ Rare Earth จากจีน
06:56เพราะว่า Rare Earth จีนผลิตได้ 90% ของ Rare Earth ในโลก
07:01เพราะฉะนั้นอันนี้คือภ่ายในเกมต่อรอง
07:04เพราะฉะนั้นถามว่า Rare Earth มันอยู่ตรงไหน ในภาพ Tech War
07:07มันก็คือเป็นไพร์ที่จีนใช้ ต่อรองใช้กฎดันสารัฐ
07:11แต่เราจะเห็นว่า Rare Earth
07:14คนจีนเค้าบอกว่ามันเป็นไพร์ที่มีกำหนดหมดอายุ
07:19หมายความว่ายังไง
07:20หมายความว่า SRUS ก็ตื่นขึ้นมาตอนนี้
07:23S月ก็พยายามจะบอกว่าจะหาแหล่ง Rare Earth อื่น
07:26จะกระจายความเสียงออกจากจีน
07:34มีเครื่องมือเองได้ ต้องผลิตเครื่อง Lithography เองได้
07:37ต้องมี Software Design Ship ของจีนเอง
07:40อันนี้เขาเรียกดีครับ ปริ่ง
07:41คือ เรียกว่าแยกข่วงโซ่กัน ระหว่างอเมริกากับจีน
07:46ลดการพึ่งพา
07:47ลดการพึ่งพา ระหว่างกัน
07:49อันนี้ก็เป็นอีกภาพหนึ่ง ของสงครามเทคโนโลยีที่กำลังเกิดขึ้นนะครับ
07:53อาจารย์เล่ามาทำให้เราเห็นภาพนะครับ
07:56ว่า เหมือนแอเมริกาก็มี การถือ �่ายเนือกว่าในด้านหนึ่ง
08:01จีนก็มีการถือภา sustained อย่างกรณีของ Rare Earth
08:05แล้ว 2 ฝ่ายมีความพยายามที่จะปรณีประนอม
08:08หรือพบกันเครื่องทาง หรือต่างฝ่ายทุกวันนี้
08:12ยิ่งเวลาผ่านMac ยิ่งจะแยตออกจากกันมากก่น
08:15เป็นคำถามที่ดีมากนะครับ
08:23แล้วมันเป็itionsน่า technically
08:25คือผู้นี้ง่าย คือทั้งสองฝ่าย
08:27เมื่อกี้บอกมีพ่อทั้งคู่
08:29ก็คือทั้งสองฝ่ายตระหนักนะครับ
08:31ว่าในระยะสั้น ในเวลาปัจจุบัน
08:34เขาแตกหักกันไม่ได้
08:36เพราะว่าจีนก็ยังต้องใชيفิดเครื่องมือจากอเมริกา
08:40แต่อเมริกาก็ต้องใช้ Career Earth จากเมื่องจีน
08:43แต่ว่าวันนี้ก็เลยบอก
08:45โอ้ งั้นตกลงนะครับ จีนยังไม่จำกัด Rare Earth ไปอเมริกา
08:49และจีนบอก ขยายเวลาไป 1 ปีนะ ที่จะให้อเมริกา
08:54อเมริกาบอกว่า ที่แบรน์บริษัทลูก ๆ ของโหวเวย ยุดก่อน
08:59ยุด 1 ปีนะครับ
09:01แต่ว่าจริง ๆ มันเป็นการพักรกมากกว่าจะบอกว่าเป็นการตกลงกันได้นะครับ
09:06อารมณ์เหมือนถ้าส่งความร้อนก็คือเหมือนหยุดยิงกันไปก่อน
09:09แต่ความขัดแย้งจริง ๆ ยังไม่ถึงขั้นจะไปลงน้ำส่วนที่สัญญาสัติภาพ
09:13แล้วในฉากหลังก็คือทั้ง 2 ฝายต่างก็กระจัยความเสียงออกจากกัน
09:18ครับ อย่างบริษัท 1 ที่ตอนนี้ถูกพูดถึงมากเลยก็คือ NVIDIA
09:24ก็คือกรณีของชิป
09:26เมื่อเร็วนี้พึ่งจะมีขาวว่า สหรัฐไฟเขียวให้ NVIDIA สามารถส่งชิป
09:32รุ่นที่ก็อาจจะยังไม่ทันสมัยที่สุด
09:34แต่ว่าก็มีความทันสมัยพอสมควรให้กับจีนได้
09:37อันนี้ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีระหว่าง 2 ประเทศไหมครับ
09:42ในระยะสั้นมันก็ดูเหมือนว่าเป็นการพักรบระดับหนึ่ง
09:46แล้วมันก็ค่อนข้างสะท้อนแนวคิดของทรัมพ์
09:49ซึ่งทรัมพ์เขาสนใจเรียกว่าผลประโยชน์ทางการค้า
09:53ผลประโยชน์ทางธุรกิจ
09:55เราบอกว่าเรื่อง NVIDIA ยกตัวอย่างนะครับ
09:57สมัยรัฐบาล Biden ชัดเจนมากนะครับ
10:00ไม่ขายให้จีน ไม่ยอมนะครับ
10:03แต่ว่าอย่างที่บอกว่า Jason ห่วงของ NVIDIA
10:06ก็ไปคุยกับทรัมพ์
10:08แล้วก็ได้ข้อสรุปว่าสามารถขายให้จีนได้นะครับ
10:11จีนเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด ของ CHIP
10:14แต่ว่าขอให้ขายรุ่นที่เรียกว่า ไม่ใช่รุ่น TOP
10:18เรื่องนี้มันก็สะท้อนว่ามันเป็นปัจจัยที่ Subcon
10:23เพราะว่าในมุมของ Jason ห่วงในมุม NVIDIA
10:26เคาก็บอกว่าอันนี้มันเป็นตลาดใหญ่มาก สำหรับเขานะครับ
10:30แล้วก็ถ้าเกิดว่าเราไปกฎ ดันจีนแบบนี้
10:33จีนก็มีแต่จะพยายามทำเองให้ได้
10:35แล้วสุดท้ายมันจะเกิดผลตรงกันข้าม
10:38จีนก็จะทำเองเป็น จีนก็จะไม่พึ่งพาเรา
10:42ขณะเดียวกันในฝั่งจีนเอง
10:45ผมคิดว่าเขาก็ไม่ได้หยุดความพยายามที่จะทำเอง
10:48dishikelx น expression in the machine
10:49แต่ว่าบริ Athens สุดที่ผ่านมา ที่มีทารการผลิตในจีน
10:55อย่างเช่น Apple หรือว่า Alphabet หรือว่า Google ที่เขาก็มีการผลิต iPhone หรือโทรศัพท์ Pixel
11:01มีข่าวในช่วงปีที่ผ่านมาครับว่า อย่าง iPhone ก็อยากจะย้ายไปที่อินเดีย
11:06หรือว่าร่าสุดก็คือ Pixel อยากจะย้ายไปผลิตที่เวียดนาม
11:10นี่คือผลพวงที่เกิดขึ้นจาก Tech War ด้วยใช่ไหม
11:14นอกจากคำว่า Decapling เมื่อกี้นะครับ มันมีคำหนึ่งก็คือคำว่า De-Risk Sking
11:20คือเขาบอกว่าต้องลดความเสียง ความหมายก็คือเราไม่ใส่ไขทั้งตักร้าไปไว้ที่เดียว
11:27สมัยก่อน Apple ยกตัวอย่างก็คือ Apple ผลิตที่เมืองจีนส่งไปขายทั่วโลก
11:33แต่ว่า ถ้าตอนนี้อเมริกากับจีนขัดแย้งอย่างนี้เสียงมากนะครับ
11:39ถ้าเกิดว่าเกิดอะไรขึ้น เรียกว่าการผลิต Surprise Chain มันจะหยุดชังงักหมด
11:44ดังนั้นไอ้การไปอินเดียสังเกตให้ดีนะครับ
11:48Apple ไม่ได้บอกว่า Apple จะย้ายหนี้ออกจากจีน
11:51แบบ 100% ยายฐานทั้งหมด
11:53แล้วก็บอกว่าไปใช้อินเดียแทน แต่ว่า Apple บอกขยายฐานไปอินเดีย
11:58Apple บอกว่าถ้าเป็นไปได้นะครับ ต่อไป iPhone ที่ขายในอเมริกาจะไม่ Made in China จะ Made in India
12:06แต่ว่า Donald Trump ดูเหมือนไม่พอใจนะครับ Donald Trump บอกต้อง Made in USA ต้องกลับมาตั้งโรงงานที่อเมริกา
12:12แต่ว่าที่กำลังจะย้ำเน้นก็คือมันเป็นเรื่องการกระจัยความเสี่ยง
12:17มันเป็นเรื่องถูกต้องครับสมัยก่อน มันเป็นโลกที่มันเป็นตักกะเชิงเศษษษาสที่ไหนถูกไปผลิตที่นั่น
12:26ไม่ต้องคิดมาก แต่ตอนนี้มันคิดแค่นี้ไม่ได้แล้ว
12:29เพราะต้องคิดว่าใครทะเลออกกับใคร ใครเป็นเพื่อนใคร
12:32แล้วถ้าให้ดี เราควรจะมีเรียกว่าหลายแหล่งผลิตนะครับ
12:37อันนี้ก็คือเป็นนโยบายที่เขาเรียก D-Risking
12:40ก็คือกระจายความเสียง แล้วก็ไม่เอาไขทั้งตะกล้าไปกองไว้ที่เดียวครับ
12:44ครับ
12:47ประกัศครู่นะครับ ช่วงหน้าพลาดไม่ได้ครับ
12:49จะพาทุกชมไปท่องเที่ยวกันที่จุดหมายปลายทางสุด HOT
12:53ที่สุดแห่งประเทศจีนในรุดูหนาวปีนี้นะครับ
12:56นั่นก็คือผู้เขาฮิมะ ชางปลายสานครับ
Comments