ความคืบหน้าคดี “น้องบีม” และแม่ เหยื่อรถบรรทุกพุ่งชน เมื่อปี 2548 วอนคู่กรณีบริษัทรถบรรทุกมาเจรจาค่าเสียหาย หลังศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว
ว่าที่พันตรีสมบัติ วงศ์กำแหง กรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย เนติบัณฑิตยสภา ที่ให้ความช่วยเหลือ น.ส.ภัทรดา แก้วผ่อง หรือ น้องบีม และ น.ส.พรทิพย์ จันทรัตน์ มารดา ผู้เสียหายจากอุบัติเหตุรถบรรทุกพุ่งชนรถกระบะ เมื่อปี 2548 แถลงผลสรุปการให้ความช่วยเหลือทางคดี หลังศาลฎีกามีคำพิพากษาคดีแพ่งถึงที่สุด เรื่องการบังคับผลการชำระหนี้ สืบเนื่องจากศาลมีคำพิพากษาให้ชนะคดีอุบัติเหตุ ต่อมานายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ อดีตทนายความ ออกอุบายให้ผู้เสียหายเซ็นมอบอำนาจโดยมิชอบ แล้วนำไปทำสัญญาประนีประนอมยอมความ และนำเช็ค 29 ฉบับ เป็นเงินกว่า 3,050,000 บาท ไปขายลดคืนในราคา 900,000 บาท ซึ่งศาลฎีกาพิเคราะห์ว่า การกระทำดังกล่าวไม่เป็นประโยชน์ต่อลูกความ ส่อไปในทางทุจริต พิพากษาแก้ให้ออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีตามเดิม เป็นผลให้ผู้เสียหายดำเนินการบังคับคดี โดยการยึดทรัพย์เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ต่อไป ขั้นตอนต่อไปจะสืบทรัพย์ของจำเลยตามคำพิพากษา เพื่อออกหมายบังคับให้นำไปขายทอดตลาด นำเงินมาชดใช้ให้ผู้เสียหาย ซึ่งสามารถดำเนินการได้ทันที โดยไม่ต้องรอ 30 วัน หลังศาลอ่านคำพิพากษา และจากข้อมูลทราบว่า ปัจจุบันบริษัทรถบรรทุกยังคงประกอบกิจการตามปกติ แต่คาดว่าต้องใช้เวลาอีกสักระยะติดตามสืบทรัพย์ และนำทรัพย์ไปขายทอดตลาด ระหว่างนี้จำเลยยังสามารถพูดคุยเจรจากับผู้เสียหายได้ ซึ่งทางเนติบัณฑิตยสภาจะจัดทนายความคอยให้คำปรึกษาต่อไป
น้องบีม ยอมรับว่า ใช้ชีวิตยากลำบาก พิการเดินไม่ได้ตั้งแต่อายุ 2 ขวบ ตอนนี้อายุ 17 ปี ช่วยมารดาหาเลี้ยงชีพด้วยการขายกาแฟ ทำกายภาพบำบัด และเรียน กศน. เพื่อลดภาระการดูแล ขณะที่อาการบาดเจ็บ หมอยังต้องให้ทำกายภาพต่อเนื่อง มีอาการหลังคด ส่วนความหวังที่จะกลับมาเดินได้อีกครั้ง ยังเป็นไปได้ หากหมั่นออกกำลังกาย จิตใจต้องเข้มแข็ง และต้องมีโชค ใฝ่ฝันอยากเป็นผู้ประกาศข่าว ขอบคุณทุกคนที่ให้ความช่วยเหลือ
สำหรับคดีนี้ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ให้ชำระเงินให้กับมารดาน้องบีม เป็นเงิน 1,600,000 บาท ให้น้องบีมเป็นเงินกว่า 2,300,000 บาท เมื่อรวมกับโจทก์ที่เหลืออีก 3 คน รวมเป็นเงินที่ต้องชดใช้กว่า 4,950,000 บาท ไม่รวมค่าทนายความและค่าฤชาธรรมเนียม
Comments